สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน อาคารวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000

งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม 055-961202 งานวิจัยและสารสนเทศ 055-961204 หน่วยเลขานุการ 055-961208 mekong_salween@nu.ac.th

จากพิษณุโลกสู่ตรัง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ แด่ผู้ประสบอุทกภัย

จากพิษณุโลกสู่ตรัง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ แด่ผู้ประสบอุทกภัย
สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มอบให้ คือความยิ่งใหญ่ในหัวใจ

170260

     แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธาน สานส่งที่พ่อสร้างไว้ จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป เหนื่อยยากเพียงไหน ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง

      แว่วบทเพลงเดินตามรอยเท้าพ่อในระหว่างอาหารมื้อเช้า ทำให้มือถือช้อนหยุดชะงัก เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรดของฉันรองจากเพลงต้นไม้ของพ่อ เพลงของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่ฉันไม่ได้ฟังเลยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ฉันพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเองไม่ให้น้ำตาไหล

    “เสียใจได้ แต่ต้องไม่ลืมหน้าที่ อย่าลืมคำสอนของพ่อ” นอกจากการทำหน้าที่แล้ว หนึ่งคำสอนของพระองค์คือการทำความดีด้วยการให้

     ทรงได้รับการอบรมให้รู้จักการให้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์  โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า “กระป๋องคนจน” หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูกเรียกเก็บ “ภาษี” หยอดใส่กระปุกนี้ ๑๐ % ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน (จากหนังสือร้อยเรื่องดี ๆ ของเมืองไทยที่คุณไม่เคยรู้ โดย จุฑา รักษ์แผ่นดิน)

     “อย่าลืมคืนกำไรให้สังคม” การเรียนรู้ที่ ๗ ซึ่งเป็นกระบวนการสุดท้ายของกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในการบรรยายสาระธรรมพาที หัวข้อ ชีวิตดีที่พอเพียง โดยท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๐ ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร กระตุ้นเตือนให้เรารู้จักให้ ฉันเองก็คุ้นเคยกับการให้มาโดยตลอด เช่น การให้ทานแก่ผู้ยากไร้ บริจาคทุนทรัพย์สิ่งของให้ผู้ด้อยโอกาส การบริจาคเลือด ไปจนถึงการเดินทางไปซ่อมแซมอาคารโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร แต่นั่นก็เป็นหนึ่งในวิชาเรียน แตกต่างจากการให้ครั้งล่าสุดที่เป็นการให้ด้วยใจแบบถึงมือผู้ตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก ซึ่งอยู่ห่างไกล นั่นคือ การเดินทางไปมอบทุนทรัพย์ อาหาร และข้าวของเครื่องใช้ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ณ จังหวัดตรัง ร่วมกับเพื่อน ๆ เหล่านักเขียนสมัครเล่นคู่สร้างคู่สม  เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๐

     จากทริปเที่ยวภูเก็ตเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ เลื่อนมาเป็นกลางเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ด้วยช่วงเวลาอันเนิ่นนานบวกกับเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ทำให้เพื่อนร่วมทริปค่อย ๆ หายไปทีละคนสองคน ในที่สุดเหลืออยู่เพียง ๓ คน บวกกับเพื่อนที่ภูเก็ตและตรังอีก ๒ คน รวมเป็น ๕ คน ทำให้พวกเราเกือบถอดใจสละตั๋วเครื่องบินอีกครั้ง แต่ก่อนที่ทริปของเราจะล่ม ในเวลากระชั้นชิด เพื่อนคนหนึ่งก็เสนอขึ้นมาว่า “เราไปช่วยน้ำท่วมแทนมั้ย”

     เหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความห่อเหี่ยวกลายเป็นความตื่นเต้น ตื้นตัน กระปรี้กระเปร่า ก่อนเดินทางเพียงหนึ่งวัน ฉันโพสต์ข้อความขอเชิญร่วมบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ จังหวัดตรัง ไม่กี่อึดใจ เจ้านายของฉันเดินถือซองใส่เงินมาให้จำนวนหนึ่ง “ฝากทำบุญด้วย” รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ที่ซาบซึ้งที่สุดก็คือ น้องในองค์กรเดียวกันคนหนึ่งฝากเงินมาทำบุญ ๑๐๐ บาท พลางบอกว่า “หนูอยากทำบุญ แต่หนูมีเท่านี้จริง ๆ พี่” น้ำใจของน้องยิ่งใหญ่เกินกว่าเงินจำนวนนี้มากมายนัก

     จากพิษณุโลกมุ่งเข้ากรุงเทพฯ บินตรงไปหาเพื่อนที่ภูเก็ต แล้วนั่งรถต่อไปยังจังหวัดตรัง พบกับเพื่อนที่นั่น แล้วนัดแนะการทำงานของเรา

     เริ่มจากการนำเงินบริจาคที่ทุกคนรวบรวมได้มารวมกัน เป็นจำนวนกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท นำไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็น แพ็คใส่กระเป๋า แยกเป็นชุด เพื่อมอบให้ ๑ กระเป๋า ต่อ ๑ ครอบครัว พร้อมก๋วยเตี๋ยวที่เพื่อนอีกคนนำมาสมทบ ตอนนี้เองเรามีอาสาสมัครในพื้นที่มาช่วยกันจัดเรียง ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย คืนนั้นฉันรู้สึกตื่นเต้นน่าดู

1702601

     รุ่งเช้า หลังมื้ออาหาร เราตรงไปยังบ้านโคกสะทอน พบว่าสองข้างทางยังมีน้ำเจิ่งนอง บ้านบางหลังท่วมถึงหลังคา คนในบ้านต้องออกมากางเต็นท์นอนกันริมถนน เมื่อไปถึงวัดโคกมะม่วง พบว่า น้ำเพิ่งลดได้เพียงหนึ่งวัน จากนั้นไปต่อที่วัดประสิทธิชัย (ท่าจีน) ที่นี่ยังอ่วมอยู่ น้ำยังคงท่วมวัดและโรงเรียน อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำออกโดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากจังหวัดภูเก็ต พวกเรานำรถเข้าไปในวัดไม่ได้ จึงต้องถือข้าวของและอาหารเดินเข้าไปถวายพระในวัด พระปลัดสุวิทย์ สุวิชาโน พระฝ่ายปกครอง เล่าให้ฟังว่า

     “ที่นี่เป็นโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญ มีสามเณรจำนวน ๘๕ รูป พอน้ำท่วมจึงให้แยกย้ายกันกลับบ้าน เหลืออยู่ ๕๕ รูป น้ำท่วมมาได้อาทิตย์กว่า ๆ แล้ว เพิ่งลดมาได้ ๒ วัน ท่วมสูงสุดกว่า ๒ เมตร ช่วงนี้งดกิจสงฆ์ทุกอย่าง ภิกษุ สามเณร ใช้เรือ เรือไม่พอก็ไช้กะละมังในการสัญจรภายในวัด เจ้าอาวาสเป็นห่วงความปลอดภัยจึงตัดไฟ ไม่มีไฟใช้ พอไม่มีไฟ น้ำในแท็งค์ก็สูบไม่ขึ้น ได้อาศัยญาติโยมมาบริจาค ให้ความช่วยเหลือ ตอนนี้ยังไม่นำของลงจากที่สูง เพราะอาจมีพายุอีกครั้ง ต้องเตรียมรับสถานการณ์ไว้ก่อน”

     พระปลัดสุวิทย์ สุวิชาโน เล่าอีกว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ถึงอย่างไร วัดยังดีกว่าญาติโยมมากนัก บ้านบางหลังน้ำท่วมมิดหลังคา ไม่มีที่อยู่อาศัย อาหารการกินก็ยากลำบาก หากว่าน้ำที่วัดลดลงก็ยินดีเป็นที่พักพิงให้ชาวบ้านมาพึ่งพาอาศัยได้

     จากนั้นฉันมาร่วมมาแจกก๋วยเตี๋ยวให้กับชาวบ้านที่หน้าวัด ทั้งเด็กน้อย วัยรุ่น พ่อแม่จูงลูกจูงหลานมา รวมถึงผู้สูงอายุที่มายืนเข้าถอยรับก๋วยเตี๋ยวคนละชาม หรือจะใส่ถุงไปฝากคนที่บ้านก็ได้ตามสะดวก อิ่มแล้วก็รับมอบของใช้บ้านละ ๑ ชุด ระหว่างการแจกของ ฉันได้คุยกับป้าฉวีวรรณ ช่วยแข็ง ประธานกลุ่มพัฒนาสตรีชุมชนท่าจีน และประธานกลุ่มแกงไตปลาแห้งเมืองตรัง

1702602

     “ที่นี่เป็นเหมือนแอ่งที่รองรับน้ำจากทุกที่ ทุกสายมาบรรจบรวมกัน น้ำที่นี่จึงแห้งช้ากว่าที่อื่น แถมทางรัฐยังสร้างถนนสูงมาก น้ำจึงไหลลงมาท่วมวัด ท่วมบ้านของชาวบ้าน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทางการต้องคิดเยอะ ๆ การคมนาคมสะดวกสบาย แต่เวลาฝนตกมาก ๆ ชาวบ้านเดือดร้อน”

     ฉันเดินมาคุยกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เล่าว่า ใช้เครื่องสูบน้ำเครื่องใหญ่มาหลายวันแล้ว วันนี้เปลี่ยนมาใช้เครื่องตัวเล็ก เพราะน้ำอยู่ในระดับต่ำลง และต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ติดกับวัดให้เร็วที่สุด ก่อนที่น้ำระลอกใหม่จะมา

     เมื่อฉันถามว่า เหตุใดจึงต้องใช้ศูนย์ฯ จากภูเก็ต เจ้าหน้าที่บอกว่า จังหวัดตรังไม่มีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ้าภูเก็ตไม่เพียงพอก็ต้องระดมจากจังหวัดอื่นโดยรอบ…นั่นหมายความว่างานของพวกเขายังไม่เสร็จสิ้นง่าย ๆ แต่สำหรับพวกเราเมื่อแจกของเสร็จก็เป็นอันสิ้นสุด

     ระหว่างเดินทางกลับ พวกเราพูดคุยกันถึงสิ่งที่เราทำในวันนี้ ความเหน็ดเหนื่อย อากาศที่ร้อนระอุ การเดินทางอันแสนยาวไกล เทียบไม่ได้เลยกับความอิ่มเอมใจ สุขใจ ปลื้มปริ่มอย่างบอกไม่ถูก แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเราพอจะทำได้ แต่คือความยิ่งใหญ่ในความรู้สึก เป็นความทรงจำสุดประทับใจที่พวกเราไม่มีวันลืม…เป็นทริปอันทรงคุณค่ายิ่ง

            เสียงสะอื้นเพื่อนเราชาวด้ามขวาน             สุดร้าวรานฝนกระหน่ำน้ำเอ่อล้น

กระแสเชี่ยวเกรี้ยวกราดเกินทานทน                                    บ้านเรือนคนข้าวของล้วนถูกกลืน

            ด้วยหัวใจเราเหล่าคู่สร้างคู่สม                               ระดมพลแม้เพียงนิดมิคิดฝืน

ธารน้ำใจผองเพื่อนพร้อมหยิบยื่น                                       ด้วยจุดยืนเดียวกันปันน้ำใจ

            จากทริปเที่ยวเลี้ยวเป็นจิตอาสา                             พร้อมมุ่งหน้าพาลงสู่ภาคใต้

จังหวัดตรังหวังผู้ประสบภัย                                              บรรเทาความยากไร้ได้สิ่งดี

            ซื้อของใช้จำเป็นแพ็คใส่ถุง                                   ก๋วยเตี๋ยวปรุงสดร้อนให้ถึงที่

วัดโคกมะม่วงมอบให้ประชาชี                                           ว่าน้ำนี้เพิ่งจากไปได้หนึ่งวัน

            อีกหนึ่งวัดประสิทธิชัยให้สะท้อน                           ยังเดือดร้อนท่วมวัดโรงเรียนนั้น

เร่งสูบออกลงแม่น้ำสู่ทะเลพลัน                                        เพื่อให้ทันระลอกใหม่ใกล้เข้ามา

            ฝ่ายพวกเรามิอาจนำรถเข้า                                   เดินเท้าเอาข้าวของพร้อมภักษา

ถวายพระญาติโยมได้พึ่งพา                                              ฟังปัญหาความทุกข์รอบสิบปี

            หนึ่งความดีจากใจที่มอบให้                                  รอยยิ้มได้คำขอบคุณเพียงเท่านี้

แสนอิ่มใจได้บุญชื่นชีวี                                                     ปลื้มเปรมปรีดิ์สุขนี้มิลืมเลือน

 

พรปวีณ์  ทองด้วง
นักประชาสัมพันธ์ สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน
มหาวิทยาลัยนเรศวร
  ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐